VIDEO
The Twilight Saga :
Breaking Dawn Part I (มงคลเมเจอร์)
กำหนดฉาย : 1 ธันวาคม 2554
แนว : รัก, แอ็คชั่น
นำแสดง : คริสเต็น สจ๊วต, โรเบิร์ต แพททินสัน, เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์
กำกับ : บิล คอนดอน
อำนวยการสร้าง : วิค ก๊อดเฟรย์ (Eclipse, New Moon, Twilight)
รัตติกาลดำเนินสู่จุดตัดสิน การตัดสินครั้งสุดท้ายของหัวใจ
สงครามครั้งใหญ่ที่สุดแห่งรัตติกาลกำลังจะอุบัติ
เรื่องย่อ
จากแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2008 ที่ทำรายได้รวมไปกว่า 1,800
ล้านเหรียญทั่วโลก The Twilight Saga: Breaking Dawn คือบทสรุปของมหากาพย์แวมไพร์
ทไวไลท์ ที่จะเปลี่ยนรัตติกาลให้เป็นปรากฏการณ์ครั้งสุดท้าย
โดยจะถูกแบ่งเป็นสองภาคคือ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part I
ที่มีกำหนดฉายในปี 2011 และ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part II ในปี 2012
เรื่องราวของความรักที่เป็นอมตะ การต่อสู้ระหว่างกลุ่มแวมไพร์และเผ่าพันธุ์หมาป่า
ทุกอย่างถูกตัดสินในสองภาคสุดท้ายของมหากาพย์แวมไพร์ ทไวไลท์ เมื่อชีวิตคู่ของ
เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) และ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน)
ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์)
ที่ไม่ยอมให้ผู้หญิงที่เขารักถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์
ในขณะเดียวกันกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่ ก็กำลังหาเหตุผลกำจัดครอบครัวคัลเลนให้สิ้นซาก
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part I
เริ่มต้นหลังพิธีแต่งงานของเบลล่าและเอ็ดเวิร์ด เดินทางไปฮันนีมูนที่กรุงริโอ เดอ
จาเนโร ทั้งสองมีช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
แต่ด้วยแรงปรารถนาของเบลล่าในการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์
ก็กลายเป็นจุดแตกหักของครอบครัวคัลเลนและฝูงหมาป่าเผ่าควิลยูต
ที่เตือนไว้ว่าถ้าเอ็ดเวิร์ด เปลี่ยนเบลล่าเป็นแวมไพร์
สงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์จะต้องอุบัติขึ้น
ไม่นานหลังจากกลับมาเมืองฟอร์คส เบลล่าพบว่าตัวเองงตั้งท้อง
ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ การกำเนิดของ เรเนสมี ลูกครึ่งมนุษย์-แวมไพร์
ล่วงรู้ไปถึงกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่ ผู้ปกครองเผ่าพันธุ์แวมไพร์ทั้งหมด
พวกเขาต้องการที่จะครอบครองเรเนสมี และทำลายครอบครัวคัลเลน
ทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมตัวรับมือ
โดยขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มแวมไพร์พันธมิตรทั่วโลก
เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
เกร็ดภาพยนตร์
Breaking Dawn หนังสือเล่มที่ 4 และเป็นเล่มสุดท้ายของวรรณกรรมชุด Twilight
ที่เล่าถึงเรื่องของการแต่งงานระหว่างสองเผ่าพันธุ์ การเปลี่ยนเป็นแวมไพร์
การให้กำเนิดลูกที่เกือบคร่าชีวิตแม่ จุดแตกหักกับกลุ่มแวมไพร์ราชวงค์โวลตูรี่
รวมถึงฝูงหมาป่าแห่งเผ่าควิลยูต โดยถูกวางจำหน่ายในปี 2008 และขายได้ถึง 1.3
ล้านเล่ม ในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง
ซึ่งก็เป็นการเปิดตัวขายหนังสือในวันแรกที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์
ผู้กำกับที่มารับหน้าที่กำกับ Breaking Dawn ทั้งสองตอนก็คือ บิล คอนดอน
มีผลงานที่การันตีคุณภาพมาโดยตลอด โดยเขาเคยได้รับรางวัลออสการ์จากการเขียนบทเรื่อง
Gods and Monsters และกำกับหนังเพลงอย่าง Dreamgirls ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัลออสการ์
โดยคอนดอนมีความเชี่ยวชาญในการผลักดันความเข้มข้นออกมาจากเรื่องราว
ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งมากมาย เพื่อให้สมกับเป็นบทสรุปของหนังชุดแห่งทศวรรษ
ด้วยเรื่องราวในหนังสือ Breaking Dawn มีความยาวถึง 754 หน้า
มันจึงถูกแบ่งเป็นสองภาค โดยคำถามของสาวก แวมไพร์ ทไวไลท์
ทั่วโลกก็คือเรื่องราวจะถูกแบ่งตรงไหน โรเบิร์ต แพททินสัน ผู้รับบทเป็นแวมไพร์หนุ่ม
เอ็ดเวิร์ด มีคำตอบให้ "พวกเราต้องการให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกของ เบลล่า
ที่ต้องถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ เราจึงไม่ต้องการตัดส่วนไหนออกไปทั้งสิ้น โดยใน Part
I จะครอบคลุมพิธีแต่งงาน ฮันนีมูน และการกำเนิดของ เรเนสมี และสิ้นสุดก่อนที่
เบลล่า เริ่มต้นใช้ชีวิตหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ"
คริสเตน สจ๊วต ผู้รับบทเป็น เบลล่า เล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน Breaking Dawn ว่า
"เรื่องราวใน Breaking Dawn จะไม่ใช่การช่วงชิงหัวใจ เบลล่าของเอ็ดเวิร์ด หรือ
เจคอบ อีกแล้ว เพราะเธอไม่ใช่เบลล่าคนเดิมที่เรารู้จักในสองภาคแรก
เพราะเธอมีความมุ่งมั่นในการตัดสินใจตั้งแต่ภาคที่แล้ว
จนมาถึงสองภาคสุดท้ายที่จะเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่และไม่มีทางหันหลังกลับได้แล้วของเบลล่า"
ถ้าใครได้อ่าน Breaking Dawn ก็จะรู้ว่าหนังสือถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่
โดยส่วนแรกและส่วนที่สามจะเป็นมุมมองของ เบลล่า
ในขณะที่ส่วนที่สองจะถูกเล่าผ่านมุมมองของหมาป่าหนุ่ม โดย เทยเลอร์ เลาท์เนอร์
ผู้รับบทเป็น เจคอบ เผยว่า "พวกเราทำเหมือนในหนังสือ
โดยหนังจะหยุดเล่าเรื่องจากมุมมองของ เบลล่า และใช้เวลาเฝ้าติดตาม เจคอบ
เมื่อเขาต้องดิ้นรนกับสถานะของตัวเอง เกิดขึ้นเพราะเขารู้สึกเป็นห่วง เบลล่า
ที่ต้องรับมือกับการตั้งครรภ์
ในขณะที่เขาก็ไม่สามารถให้อภัยได้เมื่อเธอต้องกลายเป็นแวมไพร์"
ภาพยนตร์ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part I